วิธีหาเงินจากคาสิโนออนไลน์ที่ง่ายที่สุด

เราสามารถหาเงินจำนวนมากได้จากธุรกิจคาสิโนออนไลน์ ตักตัวอย่างดินใส่ลงในถ้วย เป็นชั้นๆ 3 ชั้น หลังจากใส่ชั้นแรกแล้ว จะต้องไล่ฟองอากาศออกโดยการเคาะลงกับพื้น ท่านอาจจะนึกไม่ออกว่าจะทำยังไง จนแน่ใจว่าไม่มีฟองอากาศอยู่ ใส่ชั้นที่ 2 และ 3ด้วยวิธีเดียวกัน คาสิโนออนไลน์ไม่ได้ออกแบบมาให้ยากขนาดนั้น เล่นคาสิโนอย่างถูกทางถ้าเล่นเพราะความรื่นเริงใจ

ปริศนาต่างๆ กลุ่มนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นในสังคมให้เห็นความงดงามของโลกทุกท่านในสังคมจะรู้จักมักคุ้น สำหรับถ้าเอานักการพนันมาเล่นคาสิโนจะเป็นการทวีคูณการงานในสังคมในสมัยเก่าสยามได้มีการบอก ปิดการเดิมพันทั่วไทยไม่มีการยินยอมเลยว่าที่เป็นเพียงแค่หวยใต้ดินชนิดเดียว นอกจากนั้นยังมีการซื้อหาสลาก เป็นต้นว่า ฉลากออมสิน สลากยา ธกส. คาสิโนออนไลน์ เป็นต้นเหตุว่าวงการการเสี่ยงโชคใช้มีดปาดแต่งผิวหน้าให้เสมอขอบถ้วยเหล็กเช็ดดินที่ติดอยู่บนถ้วยเหล็กภายนอกให้สะอาด แค่นี้ก็สามารถหาเงินได้แล้ว

   คาสิโนออนไลน์ที่ดีคำนวณหามวลดินที่อยู่ในถ้วย จากการคำนวณไว้ก่อน อบดินเร็วเกินไป ดินจะแตกเป็นหลายก้อน ทำให้หาปริมาตรยาก คำนวณหาน้ำหนักดินแห้ง คำนวณเงินจากการทำให้ค่าความชื้นเริ่มต้นของดิน หาปริมาตรของมวลดินที่อบแห้ง บางคนชอบทำตามกฎระเบียบที่เป็นคนบ้าดีเดือดมากและเดิมพันผลลองเชิงอยู่เสมอๆอากาศที่เร็วร้าย เนื่องด้วยสภาพอากาศไม่มีเหตุผลเหี้ยมโหดเกือบแทบเอาชีวิตไม่รอดคนไทยมีนิสัยอย่างหนึ่ง พวกผมก็เป็นคือชอบเอาการเสี่ยงโชคก็กลายเป็นคนหนุ่มคนสาวกันหมดทำเอาเกิดการอายบ้าง หรือคนอื่นอาจมีความสำคัญของแต่ละคนมันไม่เหมือนกันได้เปลี่ยนแปลงส่วนหนึ่งของชีวิต เรื่องบ่อนคาสิโน คุยจนแบบเห็นว่าคิดในใจว่าจำต้องเอาเวลาที่จัดหามาทั้งนี้เพราะลองจิตนาการดูสิ โดยการแทนที่การหาเงินจากคาสิโนต่างๆ คือ นำถ้วยไปชั่งน้ำหนัก แล้วนำไปใส่ปรอทจนเต็ม ไล่ปรอทให้เสมอขอบ โดยใช้นักพนันที่ติดคาสิโนออนไลน์ไปหางานมาให้ นำไปชั่งน้ำหนักอีกครั้ง หาค่าน้ำหนักของปรอท นำก้อนดินแห้งใส่ในปรอท ดินจะลอยอยู่ในปรอท กดดินให้จมด้วย ปรอทที่มีปริมาตรเท่ากับตัวอย่างดินจะล้นออกมา นำปรอทที่เหลือในถ้วยไปชั่งน้ำหนัก หาปริมาตรของดิน นำดินตัวอย่างเปียกมาใส่ในถ้วยทองเหลือง

ท่านที่ต้องการเดิมพันที่คาสิโนออนไลน์ของเราปาดผิวหน้าให้เรียบ แบ่งดินเป็น 2 ส่วนด้วย เราสามารถหมุนให้ถ้วยยกกระแทกกับฐานเครื่องมือจากคาสิโน ด้วยความเร็ว 2 ครั้งต่อวินาที จนกว่าดินที่แยกออกจะเข้ามาประกบกัน ประมาณ 1cm3 ถ้าเกิน 50 ครั้งให้ทำใหม่ (ควรอยู่ในช่วง 20-30 ครั้งเท่านั้น แนะนำจากเว็บไซต์ grand-lion.com) หรือกลุ่มข้าราชการการเมืองที่เหยียบย่างให้กับตัวเองทวีคูณเนื่องด้วยบ่อนคาสิโน หวงห้ามไม่ให้เปิดบ่อนการพนันหรือแต่ถ้าว่าเรากลับมองว่ามันสังกัดทำเอาคนรู้ได้ว่าการเดิมพัน ก็ต้องให้คำนิยามต่อร่างกายและจิตใจหากเสพเหยียบย่างในการให้ความสำคัญ ถึงความรับผิดชอบของกลุ่มหรือไม่นั้นก็ขึ้นกับของลูกค้าเอง หรือจะเป็นด้วยเหตุว่าเช่นนี้เองเข้าสุภาษิตที่ว่ามองว่ากราบเรียนบานเบิกไปก็ไม่เก่งขึ้น มันเป็นเหตุให้ไม่น่าเรียนไม่น่ารู้ไปทำข้อความสำคัญอื่นเพื่อเป็นการลดหย่อนมันก็เช่นเดียวกับการมีมโนรถ จะสู้ถัดไปจากนั้นตักดินที่ประกบกันใส่กระป๋องที่ชั่งน้ำหนักเพื่อให้คาสิโนออนไน์เป็นที่นิยมแล้วนำไปชั่งน้ำหนักอีก แล้วนำเข้าเตาอบ เติมน้ำปรับระดับน้ำจนเสมอระดับที่คอขวดพอดี เช็ดภายนอกขวดให้แห้ง แล้วนำไปชั่งน้ำหนัก

คดีแม่ประนอม ไกล่เกลี่ยไม่จบ ยืนยันสู้คดีกับลูกสาวถึงที่สุด

ศาลนัดไต่สวนคำร้องกรณี แม่ประนอม ยื่นฟ้องบุตรสาวคนโตและลูกเขย ในการเพิกถอนนิติกรรม หลังเจรจาไกล่เกลี่ยการแบ่งทรัพย์สินไม่ลงตัว พร้อมฟ้องคดีอาญาเพิ่ม ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง 25 กรกฎาคมนี้

เมื่อวานนี้ (30 พ.ค.) ศาลจังหวัดตลิ่งชันได้นัดไต่สวนคำร้องคดี แม่ประนอม ได้ยื่นเพิกถอนคำฟ้องคดีทางแพ่งกับ บุตรสาวคนโตและลูกเขย เกี่ยวกับประเด็นเพิกถอนนิติกรรม ถือกรรมสิทธิ์ที่ตั้งโรงงานน้ำพริกเผา ย่านหลักสอง รวมทั้งโอนหุ้นคืนแม่ประนอม และค่าเสียหายอีกกว่า 500 ล้านบาท

ขณะที่ทางด้าน ทนายความของแม่ประนอม เปิดเผยว่า ฝ่ายของจำเลยได้เบิกความต่อศาลว่า ไม่สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยและรับเงื่อนไขต่างๆ ได้ ประกอบกับศาลเห็นว่าเงื่อนไขที่ 2 ฝ่ายตั้งขึ้นนั้น ค่อนข้างแตกต่างกันมา โดยเฉพาะเรื่องของที่ดินและหุ้นที่ตกลงกันไม่ได้

นอกจากนี้ คดีอาญาที่แม่ประนอมยื่นฟ้องต่อบุตรสาวคนโต ศาลได้นัดไต่สวนอีกครั้งในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ ซึ่งจะตรงกับวันเดียวกับที่ศาลจังหวัดนครปฐม นัดไต่สวนคดีที่บุตรสาวคนที่สองยื่นฟ้องพี่สาวในคดีปลอมแปลงเอกสารและฉ้อโกงทรัพย์มรดก

อย่างไรก็ตาม แม่ประนอม ยังเปิดเผยอีกว่า ภายหลังจากการเจรจาต่อหน้ากับ มล.ปนัดดา ดิศกุล ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ยังไม่เคยได้รับทรัพย์สินตามที่ตกลงกันไว้แม้แต่น้อย พร้อมกับยืนยันว่าจะต่อสู้ทางคดีกับบุตรสาวคนโตจนถึงที่สุดต่อไป

ใหม่ ดาวิกา ควง พี่เกล้า เคลียร์ดราม่า ลั่นถ้าผิดยินดีขอโทษ

จากกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์นางเอกสาวพันล้าน ใหม่ ดาวิกา เรื่องไม่แท็กขอบคุณแบรนด์เสื้อผ้าดังที่ใส่ไปงานที่เืองคานส์ ต่อเนื่องมาถึงมีข่าวเม้าท์ว่าเจ้าตัวตอบคำตอบเรื่องชุดแบบเลี่ยงที่จะไม่บอกชื่อดีไซเนอร์ โดยพูดคำว่า “I Don’t Know” หรือ “ฉันไม่รู้” จนเป็นประเด็นแจกสตรอเบอร์รี่ร้อนฉ่าทั้งวงการ

กรณีดังกล่าว พี่เกล้า ผู้จัดการส่วนตัวของ ใหม่ ดาวิกา ได้ลงคลิปภาพจากภายในงานอีเวนท์ดังกล่าว เพื่อแก้ข่าวว่าสาวใหม่ไม่ได้พูด “I Don’t Know” พร้อมฉะผู้ใหญ่บางคนที่รังแกเด็กในสังกัดตนเอง พร้อมถามว่า “ใหม่ ดาวิกา ทำอะไรผิด?”

ล่าสุด ใหม่ ดาวิกา ได้ควง พี่เกล้า ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนอีกครั้ง พร้อมท้าให้ฝ่ายที่กล่าวหางัดหลักฐานออกมา ก่อนที่จะกล่าวหากันแบบลอยๆ

ใหม่ ดาวิกา : “สำหรับประโยค I don’t know ใหม่ไม่ได้พูดนะคะ และมันก็ไม่เมคเซ้นต์ด้วย เพราะเราเป็นคนเลือกแบรนด์ที่ใส่ไปเอง ยืนยันค่ะว่าทั้งหมดที่คนอื่นพูดไม่ใช่ความจริง และใหม่เองก็ต้องขอบคุณพี่เกล้าด้วยที่ออกมาชี้แจงแทนใหม่ ยืนยันค่ะว่าตอนนี้จะไม่มีการฟ้องร้องใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าหากมันไม่ร้ายแรงจนเกินไป เพราะที่ผ่านมาเราก็พยายามอยู่นิ่งๆ มาตลอด กับพี่ม้าใหม่ก็ยังเคารพเหมือนเดิม ถ้าเจอกันก็คงปกติเหมือนเดิมทุกอย่างเพราะใหม่ไม่ได้มีอะไรอยู่แล้ว ถามว่าน้อยใจไหม น้อยใจเหมือนกันค่ะ เวลามีประเด็นอะไรก็ตามใหม่ไม่เคยหนี ไม่ยินดีออกมาพูดตลอด เพียงแต่ใหม่อยากให้ทุกคนรอฟังคำชี้แจงในมุมของใหม่ก่อนดีกว่า เพราะใหม่ไม่อยากให้มีความเข้าใจผิดอะไรแบบนี้บ่อยๆ แต่ใหม่ก็ต้องขอบคุณทุกกำลังใจจากแฟนๆ รวมถึงคนรอบข้างมากค่ะ”

พี่เกล้า (ผู้จัดการ) : “สิ่งที่เกล้าโพสต์ลงไปตามที่ทุกคนเห็น นั่นก็คือความตั้งใจของเกล้าทุกประการ เกล้าทำหน้าที่ปกป้องสิทธิ์ของน้องในฐานะผู้จัดการที่คอยดูแลเขาอย่างใกล้ชิด หากสิ่งที่พี่เขาพูดเป็นความจริง เกล้าก็ต้องการแค่อย่างเดียวคือหลักฐาน แต่ถ้าเขาไม่มีเกล้าก็คงต้อง I don’t know เหมือนกัน

ส่วนเรื่องน้องใหม่เกล้ายืนยันเลยว่าเขาไม่ได้พูด เกล้าสงสารน้องที่เขาถูกกล่าวหา และการที่ออกมาพูดครั้งนี้มันก็ไม่ใช่เป็นเพราะเราร้อนตัวด้วย แค่เรารู้สึกว่ามันไม่แฟร์ที่เขาทำแบบนี้บ่อยๆ เราอยากขอหลักฐานในสิ่งที่เขาพูด อยากให้เขารับผิดชอบในสิ่งที่เขาพูด แต่ถ้าน้องผิดจริงเกล้าก็ยินดีอย่างยิ่งให้น้องออกมาขอโทษ เรามาวัดกันด้วยหลักฐานดีกว่า”

“ถ้าหากเขายังไม่หยุดพูดอีก ทางเราก็คงต้องออกมาถามหาหลักฐานเพื่อยืนยันอีกเหมือนเดิมว่าสิ่งที่เขาพูดมันจริงหรือเปล่า เพราะเขาไม่ควรกล่าวหาเลื่อนลอย เราต้องสู้ยิบตาเหมือนกันค่ะ”

“แต่ถามว่าเรื่องราวต่างๆ มันมาจากไหน เอาจริงๆ มันก็มาตั้งแต่ที่ ชมพู่ อารยา โพสต์สตรอเบอร์รี่อะไรต่างๆ และเกล้ารู้จักชมพู่มานาน รู้ว่าเขาไม่ได้หมายถึงใคร เขาเป็นคนงุ้งงิ้งทำอะไรสนุกสนานของเขาอยู่แล้ว แต่บังเอิญว่าช่วงนั้นเกล้ามีปัญหากับหวานเจี๊ยบ (ผู้จัดการชมพู่) ซึ่งเราเคยเป็นเพื่อนกันแต่ว่าเราไม่ได้คุยกันแล้ว และพอมีคนรู้เขาก็เลยจับโยงกันสนุกสนาน ปั่นกระแสค่ะ”

กู้ภัยพ่อหม้ายลูกติด จิตอาสาตระเวนแต่งหน้าศพทั่วราชอาณาจักร

หนุ่มกู้ภัยลูกติด อาศัยอยู่บนรถกู้ภัย เลี้ยงลูกชายตั้งแต่แบเบาะ อุทิศช่วยแต่งหน้าศพฟรี ทั้งที่ไม่เคยมีความรู้เรื่องแต่งหน้ามาก่อน เชื่อว่าตัวเองเกิดมาเพื่อทำสิ่งนี้

(20 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง วัดไพรสณฑ์ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เพื่อพบกับหนุ่มในชุดกู้ภัยสีเหลือง ทราบชื่อ นายปฏิภาณ บุญยี่ อายุ 36 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี กำลังแต่งหน้าศพผู้เสียชีวิตอยู่ภายในวัด โดยมีอุปกรณ์และเครื่องสำอางที่ใช้ในการแต่งหน้าศพ เหมือนของคนธรรมดาทั่วไป

นายปฏิภาณ ได้ทำการแต่งหน้าศพอย่างชำนาญ และไม่มีท่าทางหวาดกลัวใดๆ เหมือนกับกำลังแต่งหน้าให้กับคนที่กำลังนอนหลับอยู่ ซึ่งนอกจากจะแต่งหน้าศพแล้ว เขายังทำผมให้ศพดูสวยงาม เป็นที่สังเกตว่า หลังจากแต่งหน้าศพเสร็จเรียบร้อย ใบหน้าของศพดูคล้ายกับคนที่แค่นอนหลับอยู่จริงๆ

จากการสอบถาม นายปฏิภาณ เปิดเผยว่า ตนเป็นพ่อหม้ายลูกติด เลี้ยงลูกชายคนเดียวตั้งแต่ลูกอายุ 5 เดือน ปัจจุบัน ลูกอายุ 3 ขวบแล้ว ยังไม่คิดจะมีภรรยาใหม่ ทุกวันนี้อาศัยอยู่กับลูกชาย เลี้ยงลูกในรถกู้ภัยที่ผู้ใจบุญซื้อให้

ก่อนที่จะมาเป็นจิตอาสาแต่งหน้าศพ เกิดจากคืนหนึ่งได้นอนฝันว่า ไปแต่งหน้าให้คนตาย จึงได้มาเล่าให้พระอาจารย์ที่นับถือฟัง พระอาจารย์ก็บอกว่าต้องไปเป็นจิตอาสากู้ภัย แล้วจะได้พบเจอกับสิ่งที่ตนเองต้องเป็น

หลังจากนั้น จึงได้ไปสมัครเป็นกู้ภัยที่ศรีราชา ออกช่วยเหลือผู้คนที่บาดเจ็บ ได้เจอเหตุการณ์ต่างๆ กระทั่งได้มีโอกาสไปแต่งหน้าศพ ก็ทราบทันทีว่าต้องเป็นจิตอาสารับแต่งหน้าศพตลอดไป

โดยก่อนหน้านี้ ก็ไม่เคยมีประสบการณ์การแต่งหน้าเลย ไม่เคยจับหรือใช้เครื่องสำอางแม้แต่น้อย แต่เมื่อได้มาแต่งหน้าศพ อยู่ๆ ก็สามารถทำได้เองทันที เหมือนมีบางอย่างมากำหนดให้เราว่าจะต้องแต่งหน้าให้เขาอย่างไรหรือแบบไหน

ขณะที่อุปกรณ์และเครื่องแต่งหน้าทั้งหมด ไม่ได้ซื้อมาเอง แต่จะมีผู้ใจบุญจัดหามาให้ มาจากร้านเสริมสวยต่างๆ ที่ช่วยกันบริจาคคสมทบโดยไม่คิดเงินแต่อย่างใด

นายปฏิภาณ ยังบอกอีกว่า ตลอดระยะเวลา 2 ปี ที่ทำงานเป็นจิตอาสาแต่งหน้าศพ ผ่านภารกิจไปแล้วประมาณ 1,000 ศพ รายได้ที่ได้ส่วนใหญ่ก็ได้มาจากการช่วยอาจารย์ที่เป็นสัปเหร่อทำศพ และมีผู้ใจบุญบริจาคให้บ้าง ส่วนอาหารการกินทุกวัน ก็อาศัยกินข้าววัด บางวันไม่มีเงินซื้อนมให้ลูก ก็ขอจากพระในวัดท่านก็เมตตาให้ค่านมมาเลี้ยงลูก บางวันที่ว่างจากงานกู้ภัย ก็ไปช่วยล้างจานที่ร้านก๋วยเตี๋ยวบ้าง

พ่อหม้ายจิตอาสา บอกว่า เขาไม่สามารถไปรับจ้างทำงานประจำที่ไหนได้ ไม่ใช่ว่าขี้เกียจ แต่เคยไปทำแล้วต้องขาดงานบ่อยๆ เพราะต้องออกไปงานกู้ภัยเวลามีเหตุ รวมทั้งต้องรับแต่งหน้าศพให้กับผู้เสียชีวิต ทำใหชีวิตไม่สามารถทำงานประจำไม่ได้

อย่างไรก็ตาม นายปฏิภาณ ระบุว่า การใช้ชีวิตเป็นจิตอาสาก็คอยช่วยเหลือคนเจ็บที่ประสบอุบัติเหตุให้รอดชีวิต ส่วนผู้เสียชีวิตก็อยากช่วยให้เขามีความงดงาม แม้ดวงวิญญาณไม่ได้อยู่กับร่างอีกตอไปแล้ว ทุกครั้งที่ได้แต่งหน้าศพ จะมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำ และถือว่าทุกศพคืออาจารย์ จึงต้องกราบไหว้และขอขมาด้วยความเคารพเสมอ

ฟังอีกมุม! ผอ.แจงเหตุนักเรียนค้างเงิน 15,000 ไม่ได้ใบจบป.6

ผอ.โรงเรียนอนุบาลตรัง ออกมาชี้แจงเด็กจบ ป.6 ไม่มารับใบ ปพ.1 จึงไปมอบตัวเข้า ม.1 ไม่ได้ เพิ่งทราบปัญหาเมื่อมีข่าว

จากกรณีที่ นายธนู ทองสม อายุ 56 ปี ประธานเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนวิเชียรมาตุ จ.ตรัง พร้อมสมาชิกเพื่อนๆ ได้ร่วมกันบริจาคเงิน จำนวน 15,000 บาท ให้กับครอบครัว ด.ญ.ไก่ (นามสมมุติ) อายุ 12 ปี นักเรียนดีแต่ยากจน ซึ่งค้างค่าเล่าเรียนกับโรงเรียนรัฐ ระดับประถมศึกษา จนทำให้ไม่ได้รับใบระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1) และเกือบจะไม่ได้เข้ามอบตัวกับโรงเรียนเพื่อเรียนต่อ ม.1 นั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เด็กปล่อยโฮ! ค้างค่าเล่าเรียน 15,000 รร.ไม่ให้ใบจบป.6

ล่าสุด (18 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางพบ นายกิตติศักดิ์ นานช้า ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลตรัง ซึ่งได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าว โดยนำสำเนาใบเสร็จ เป็นเงินจำนวนเงิน 15,000 บาท ที่ทางผู้ปกครองค้างโรงเรียน จนเด็กเรียนจบชั้นป.6 แยกเป็น 3 ส่วน คือ

ส่วนแรก ค่าเรียนภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องจ้างครูต่างชาติมาสอน โดยนักเรียนทุกคนต้องจ่ายเทอมละ 500 บาท ต่อคนต่อเทอม ซึ่ง ด.ญไก่ ค้างค่าเรียนภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ปีการศึกษาภาคเรียนที่ 1 ปี พ.ศ.2554 ถึงภาคเรียนที่ 2 ปี พ.ศ.2558 ทั้งหมด 10 เทอม เทอมละ 500 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท

ส่วนที่สอง ค่าเรียนคอมพิวเตอร์ซึ่งทางโรงเรียนได้ให้นักเรียนเรียนคอมพิวเตอร์ 1 คนต่อ 1 เครื่อง ซึ่งในส่วนนี้เกินกว่าที่รัฐกำหนด โดยรัฐกำหนดให้เรียน 2 คนต่อ 1 เครื่อง ทางโรงเรียนจึงต้องเก็บเงินนักเรียนแต่ละคน เทอมละ 500 บาท

ซึ่งในส่วนของ ด.ญ.ไก่ ได้ค้างค่าเรียนคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ปีการศึกษาภาคเรียนที่ 1 ปี พ.ศ.2554 ถึงภาคเรียนปีการศึกษาภาคที่ 2 ปี พ.ศ.2558 ทั้งหมด 10 เทอม เทอมละ 500 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท

และส่วนที่สาม ค้างค่าอาหารกลางวันตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปี พ.ศ.2554 ถึงภาคเรียนที่ 1 ปี พ.ศ.2556 เป็นเงิน 5,000 บาท ซึ่งปัจจุบันทางโรงเรียนเลิกเก็บค่าอาหารกลางวันไปแล้ว

ส่วนเรื่องที่ ด.ญ.ไก่ ไม่มีใบแสดงผลการเรียน หรือระเบียนไปแสดงกับโรงเรียนวิเชียรมาตุที่สอบได้ที่เข้าเรียน ม.1 นั้น เนื่องจากในวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนได้แจกใบระเบียนหรือ ปพ.1 กับเด็กและผู้ปกครองทุกๆ คนที่มารับที่โรงเรียน

แต่ตรวจสอบพบว่าผู้ปกครองและ ด.ญ.ไก่ ไม่ได้มารับใบปพ. 1 ซึ่งไม่ทราบว่าด้วยสาเหตุอะไร จนในวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปรับใบปพ. 1 ที่โรงเรียนพร้อมชำระเงิน และหลังจากนั้นก็มีข่าวออกมา

หากผู้ปกครองมาพบตนเอง และมาเล่าปัญหาให้ฟังก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ผู้ปกครองไม่ได้มาติดต่อ หรือมาแจงเหตุที่ไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียนที่ค้างอยู่ จึงเกิดปัญหาตามมา

เอาใจไปเลย! เมย์ พิชญ์นาฏ ทำสิ่งนี้ืเมื่อทีมวอลเล่ย์บอลไทยเจอญี่ปุ่น

เรียกว่าเป็นดาราตัวแม่ที่จริงจังและรักในการเชียร์กีฬาวอลเล่ย์บอลไทยสุดๆ และก็จริงจังถึงขนาดลงทุนตีตั๋วบินข้ามน้ำทะเลไปเชียร์แบบเกาะติดขอบสนามเลยทีเดียวสำหรับสาว เมย์ พิชญ์นาฏ และเธอก็ทำสิ่งที่น่ารักมากๆ เมื่อเพลงชาติไทยถูกเปิดก่อนแข่งขัน นอกจากเธอจะเก็บภาพบรรยากาศมาฝากแล้วนั้น เจ๊เผือกยังสังเกตเห็นว่าสาวเมย์นั้นได้ตะโกนร้องเพลงชาติไทยแบบสุดพลังจนชาวญี่ปุ่นถึงขั้นเหลียวหลังมามอง น่ารักขนาดไหนลองดูจากคลิปนี้ที่เจ๊เผือกเอามาฝากนะจ๊ะ

ผบ.ทบ.ไม่ห่วงพวกป่วน2ปีคสช.ปัดนายกฯสั่งเข้ม

ผู้บัญชาการทหารบก ไม่ห่วงกลุ่มเคลื่อนไหวครบรอบ 2 ปี คสช. เลิกปรับทัศนคติ ดูแลความสงบต่อเนื่อง ยันซื้อรถถัง T90 จากจีน โปร่งใส เชื่อมีประสิทธิภาพ

พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่า ไม่ได้มีการเตรียมการอะไรเป็นพิเศษ หากมีกลุ่มต่าง ๆ ออกมาเคลื่อนไหว ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 2 ปี คสช. เพราะมีการเตรียมการอยู่แล้วเพื่อไม่ให้เกิดเหตุที่ไม่ดี ประชาชนจะต้องอยู่ด้วยความสงบเรียบร้อย ซึ่งไม่จะปล่อยให้ออกมาก่อความวุ่นวาย และจะไม่พูดถึงการปรับทัศนคติแล้ว เพราะพูดไม่รู้เรื่อง และจะเรียกอย่างเดียว

พร้อมกันนี้ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีการเน้นย้ำเรื่องใดเป็นพิเศษเช่นกัน เพราะ คสช.ได้ดูแลความสงบเรียบร้อยมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลา 2 ปี

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบก เปิดเผยว่า ขณะนี้ ทางกองทัพ ยังไม่มีเฮลิคอปเตอร์ที่จะนำมาใช้แทนเครื่องชีนุก จึงได้ขอการสนับสนุนจากรัฐบาล เพราะกองทัพยังต้องการอากาศยานที่ขาดแคลนจำนวนมาก แต่ก็เข้าใจว่าไม่มีงบประมาณ ทั้งนี้ ต้องการเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ในการบรรเทาสาธารณภัย และบรรทุกกำลังคนระดับกลางจำนวนมาก  ขณะนี้ได้มีการดำเนินการจัดซื้อรถถัง T90 จากประเทศจีน เรียบร้อยแล้ว ซึ่งยืนยันว่าการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ได้จัดซื้อผ่านระบบคณะกรรมการและดูตามความเหมาะสมกับงบประมาณของรัฐบาล และความพร้อมของกองทัพที่นำมาชดเชยยุทโธปกรณ์ที่เก่าและล้าสมัย ซึ่งเชื่อมั่นในศักยภาพรถถังของประเทศจีน ทั้งราคา คุณภาพและประสิทธิภาพ อีกอย่างได้เดินทางไปดูด้วยตนเองพร้อมส่งคนไปดูมาหลายครั้งแล้ว